การเรียนฟรี 15 ปี
ทำให้เด็กที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาและทำให้โอกาสอย่างทั่วถึงและนักเรียนมีโอกาสทางการศึกษาอย่างที่ดีขึ้นและมีอนาคตที่ดีทางการศึกษาและตามที่จากที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทำให้เยาวชนได้รับการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมกันและมีสิทธิอย่างเท่าเทียมกันในด้านการศึกษาอย่างเต็มที่
นางสาว กิตติยา เกื้อคลัง เลขที่ 3 สังคมศึกษา 50
วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2553
การใช้เเรงงานหญิงค่าจ้างถูกกว่าเเรงงานชาย
ตามระบอบการปกครองของประเทศที่การปกครองตามระบอบประชาธิปไตรอันมีพระมหากษัตริย์นั้นไม่สมและไม่เหมาะสมเพราะเมื่องไทยเป็นเมื่องที่มีรัฐธรรมนูญใช่เกียวกับสิทธิและเสรีภาพที่มีความเสมอภาคเท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นบุคคลใดเพศใดก็ตามต้องได้รับการคุ้มครองและได้รับในสิทธินั้นๆอย่างเท่าเทียมและเสมอภาคกันโดยไม่แบ่งแยก
( นางสาว เอมอร เดชอรัญ เลขที่42 )
ตามระบอบการปกครองของประเทศที่การปกครองตามระบอบประชาธิปไตรอันมีพระมหากษัตริย์นั้นไม่สมและไม่เหมาะสมเพราะเมื่องไทยเป็นเมื่องที่มีรัฐธรรมนูญใช่เกียวกับสิทธิและเสรีภาพที่มีความเสมอภาคเท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นบุคคลใดเพศใดก็ตามต้องได้รับการคุ้มครองและได้รับในสิทธินั้นๆอย่างเท่าเทียมและเสมอภาคกันโดยไม่แบ่งแยก
( นางสาว เอมอร เดชอรัญ เลขที่42 )
Home
ครม.ผ่านระเบียบตั้งกรรมการประสานงานองค์การอิสระ สวล.
Tue, 2010-01-12 22:24
ครม.เห็นชอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการมีคณะกรรมการประสานงานองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม-สุขภาพ เพื่อเป็นกติกาในการดำเนินการตามมาตรา67 วรรค 2 หวังแก้ปัญหามาบตาพุด
วันนี้ เวลา 13.20 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยกรณีเรื่องผลการดำเนินงานของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ว่า วันนี้คณะรัฐมนตรี ได้ให้ความเห็นชอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการมีคณะกรรมการประสานงานองค์การอิสระ ซึ่งจะเป็นผู้ให้ความเห็นต่อโครงการซึ่งอาจจะมีผลกระทบรุนแรงในด้านสิ่งแวดล้อมและทางด้านสุขภาพ ทั้งนี้จากการที่ครม.ได้อนุมัติระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับดังกล่าว ทำให้ขณะนี้ กระบวนการที่จะดำเนินการตามมาตร 76 วรรค 2 มีเครื่องมือครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ในเรื่องของการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการวิเคราะห์ต่อผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งคณะรัฐมนตรีก่อนหน้านี้ได้มีการอนุมัติประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปแล้ว
"การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว และการได้ความเห็นจากองค์การอิสระก็จะมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีมารองรับเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นเท่าที่ติดตามขณะนี้บรรดาบริษัทเอกชนต่าง ๆ ก็เริ่มที่จะเข้าสู่กระบวนการนี้แล้ว เพราะฉะนั้นก็เท่ากับว่าขณะนี้ การคลี่คลายปัญหานี้ก็มีความคืบหน้าไปมาก และในส่วนของความชัดเจนของภาครัฐก็ถือว่าชัดเจนครบถ้วน" นายกรัฐมนตรี กล่าว
สำหรับในอนาคตนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตัวองค์การอิสระก็จะมีกฎหมายขึ้นมารองรับ โดยบทบาทขององค์กรอิสระนั้น เป็นเพียงผู้ให้ความเห็น แต่ผู้ที่จะตัดสินใจคือผู้ที่มีอำนาจในการออกใบอนุญาต ซึ่งวันนี้ ครม.ก็ได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติในเรื่องนี้ด้วย จากนี้ก็จะส่งให้ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปตรวจพิจารณาก่อนที่จะนำเสนอต่อสภาต่อไปเพื่อเกิด
ในส่วนของการสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ามีการชวนให้เอกชนมาเข้ากระบวนการโดยเร็วที่สุดโดยเน้นการเข้ามาสู่กระบวนการโดยสมัครใจ ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ที่ทางเอกชนที่จะมาร่วมมือในการดำเนินการ
วิเคราะห์
การที่จะกรณีเรื่องผลการดำเนินงานของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ว่า วันนี้คณะรัฐมนตรี ได้ให้ความเห็นชอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดความเข้าใจเรื่องของการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการวิเคราะห์ต่อผลกระทบต่อสุขภาพ
นางสาว เอมอร เดชอรัญ
เลขที่42 สังคมศึกษา 50
ครม.ผ่านระเบียบตั้งกรรมการประสานงานองค์การอิสระ สวล.
Tue, 2010-01-12 22:24
ครม.เห็นชอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการมีคณะกรรมการประสานงานองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม-สุขภาพ เพื่อเป็นกติกาในการดำเนินการตามมาตรา67 วรรค 2 หวังแก้ปัญหามาบตาพุด
วันนี้ เวลา 13.20 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยกรณีเรื่องผลการดำเนินงานของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ว่า วันนี้คณะรัฐมนตรี ได้ให้ความเห็นชอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการมีคณะกรรมการประสานงานองค์การอิสระ ซึ่งจะเป็นผู้ให้ความเห็นต่อโครงการซึ่งอาจจะมีผลกระทบรุนแรงในด้านสิ่งแวดล้อมและทางด้านสุขภาพ ทั้งนี้จากการที่ครม.ได้อนุมัติระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับดังกล่าว ทำให้ขณะนี้ กระบวนการที่จะดำเนินการตามมาตร 76 วรรค 2 มีเครื่องมือครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ในเรื่องของการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการวิเคราะห์ต่อผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งคณะรัฐมนตรีก่อนหน้านี้ได้มีการอนุมัติประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปแล้ว
"การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว และการได้ความเห็นจากองค์การอิสระก็จะมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีมารองรับเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นเท่าที่ติดตามขณะนี้บรรดาบริษัทเอกชนต่าง ๆ ก็เริ่มที่จะเข้าสู่กระบวนการนี้แล้ว เพราะฉะนั้นก็เท่ากับว่าขณะนี้ การคลี่คลายปัญหานี้ก็มีความคืบหน้าไปมาก และในส่วนของความชัดเจนของภาครัฐก็ถือว่าชัดเจนครบถ้วน" นายกรัฐมนตรี กล่าว
สำหรับในอนาคตนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตัวองค์การอิสระก็จะมีกฎหมายขึ้นมารองรับ โดยบทบาทขององค์กรอิสระนั้น เป็นเพียงผู้ให้ความเห็น แต่ผู้ที่จะตัดสินใจคือผู้ที่มีอำนาจในการออกใบอนุญาต ซึ่งวันนี้ ครม.ก็ได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติในเรื่องนี้ด้วย จากนี้ก็จะส่งให้ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปตรวจพิจารณาก่อนที่จะนำเสนอต่อสภาต่อไปเพื่อเกิด
ในส่วนของการสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ามีการชวนให้เอกชนมาเข้ากระบวนการโดยเร็วที่สุดโดยเน้นการเข้ามาสู่กระบวนการโดยสมัครใจ ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ที่ทางเอกชนที่จะมาร่วมมือในการดำเนินการ
วิเคราะห์
การที่จะกรณีเรื่องผลการดำเนินงานของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ว่า วันนี้คณะรัฐมนตรี ได้ให้ความเห็นชอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดความเข้าใจเรื่องของการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการวิเคราะห์ต่อผลกระทบต่อสุขภาพ
นางสาว เอมอร เดชอรัญ
เลขที่42 สังคมศึกษา 50
เตรียมจ่ายเบี้ยยังชีพคนชรา4หมื่นคน
เตรียมจ่ายเบี้ยยังชีพคนชรา4หมื่นคน
นางเพียงใจ วิศรุตรัตน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของ กทม. ในการเร่งจ่ายเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุว่า ราวสิ้นเดือนนี้ หรืออย่างช้าต้นเดือน ก.พ. กทม. จะจ่ายเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุในกรุงเทพฯ 40,000 คน คนละ 500 บาทต่อเดือน ...
[ ที่มา
•ข้อมูลจาก Dailynews Web Online : กทม. (2009-07-12 14:39:12
การที่รัฐบาลให้เบี้ยยังชีพแก่คนชรา ทำให้เป็นเหมือนกับการกระตุ้นเศรษฐกิจและทำให้คนชรารู้สึกว่าไม่เป็นภาระของครอบครัวและประชาชนคนชรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นางสาวลัดดา ผลดี เลขที่ 24 ห้อง.ส50
นางเพียงใจ วิศรุตรัตน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของ กทม. ในการเร่งจ่ายเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุว่า ราวสิ้นเดือนนี้ หรืออย่างช้าต้นเดือน ก.พ. กทม. จะจ่ายเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุในกรุงเทพฯ 40,000 คน คนละ 500 บาทต่อเดือน ...
[ ที่มา
•ข้อมูลจาก Dailynews Web Online : กทม. (2009-07-12 14:39:12
การที่รัฐบาลให้เบี้ยยังชีพแก่คนชรา ทำให้เป็นเหมือนกับการกระตุ้นเศรษฐกิจและทำให้คนชรารู้สึกว่าไม่เป็นภาระของครอบครัวและประชาชนคนชรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นางสาวลัดดา ผลดี เลขที่ 24 ห้อง.ส50
สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศปัดไร้แรงกดดันให้ยกเลิกงานสัมมนาของคนเสื้อแดง
สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศปัดไร้แรงกดดันให้ยกเลิกงานสัมมนาของคนเสื้อแดง
Wed, 2010-01-13 17:04
มาร์วาน แมคแคน-มาร์การ์ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศปฏิเสธข่าวที่ว่าถูกบีบจากรัฐบาลไทยให้ยกเลิกการอนุญาตให้กลุ่มคนเสื้อแดงใช้สโมสรของสมาคมฯ เป็นสถานที่จัดงานสัมมนา
“เหลวไหลทั้งเพ...ก่อนหน้านี้ผมก็เคยถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนทักษิณ” มาร์วาน กล่าวปนหัวเราะต่อความเห็นที่ว่า เขาอาจจะถูกมองว่าสนับสนุนรัฐบาลอภิสิทธิ์
การสัมมนาในหัวข้อ “คำทำนายประเทศไทยปี 2553” มีกำหนดการการอภิปรายของบุคคลต่างๆ เช่น จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. และศุภวุฒิ สายเชื้อ
บรรดาชาวเสื้อแดงรู้สึกหงุดหงิดอย่างมากเมื่อมีอีเมลล์จากสมาชิกคนสำคัญในการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลที่ส่งถึงเพื่อนๆ ชาวเสื้อแดงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กล่าวหาว่าสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศยอมตกอยู่ใต้แรงกดดันของรัฐบาล
“ข่าวร้าย! คณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศยกเลิกงานสัมมนาของพวกเรา โดยให้เหตุผลว่าหัวข้อการสัมมนายั่วยุให้ผู้ฟังเกิดอารมณ์โกรธแค้น หลังจากที่ผู้จัดการสมาคมฯ ตกลงในหลักการให้จัดแล้วเมื่อสองอาทิตย์ก่อน...การตัดสินใจของสมาคมฯ ในครั้งนี้ทำเอาผมงงมาก เนื่องจาก(กลุ่มคนเสื้อแดง) เพิ่งจะไปจัดงานสัมมนาที่นั่นเมื่อเดือนที่แล้ว และงานก็เรียบร้อยดี เห็นได้ชัดว่าพวกอำมาตย์บีบให้คณะกรรมการสมาคมฯ ทำกับเราอย่างนี้”
“สมาคมฯ ถูกแรงบีบจากคดีหมิ่นฯ ดังนั้น ก็เลยขาดความกล้าอย่างที่เราได้เห็น และในวันที่ 14 มกราคม นายกฯ อภิสิทธิ์ก็มีกำหนดการมาปาฐกถาที่งานเลี้ยงของสมาคมฯ 2 วันหลังจากที่สมาคมฯ ล้มเลิกงานสัมมนาของคนเสื้อแดง ไร้สติจริงๆ คนที่ตัดสินใจในครั้งนี้ก็คือ มาร์วาน (แมคแคน-มาร์การ์)! จำชื่อนี้ไว้ให้ดีนะครับ!”
มาร์วานกล่าวว่า เหตุผลที่คณะกรรมการสมาคมฯ ปฏิเสธที่จะให้เช่าห้องประชุมก็เนื่องจากกว่าทางสโมสรฯ ต้องการย้ายสิ่งของเครื่องใช้ทั้งหมดออกจากห้องประชุม เพื่อให้มั่นใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างในงานดินเนอร์ทอล์คที่ท่านนายกฯ จะมาปาฐกถา ในวันที่ 14 นี้ จะเป็นไปอย่างราบลื่น
“คณะกรรมการฯ หยุดทำงานตั้งแต่วันคริสต์มาสจนกระทั่งถึงวันที่ 6 มกราคม ซึ่งมีการประชุมเป็นครั้งแรกของปีนี้ ดังนั้น คณะกรรมการฯ จึงตัดสินใจว่า ช่วงเวลาที่คนเสื้อแดงจัดงานสัมมนาไม่สะดวกนัก”
“นอกจากนี้ มันก็เป็นสิทธิของเราที่จะตัดสินใจว่าจะให้ใช้ห้องประชุมหรือไม่” มาร์วานกล่าว
เขากล่าวเสริมอีกว่า ที่ผ่านมา สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศก็เคยเชิญแกนนำคนเสื้อแดงหลายคนไปปาฐกถาในงานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมฯ หลายๆ ครั้ง
ชาวเสื้อแดงคนหนึ่ง ซึ่งขอร้องไม่ให้ออกชื่อของเธอ เนื่องจากเธอเป็นข้าราชการ แสดงความคลางแคลงใจในคำอธิบายของมาร์วาน และตำหนิสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่า มองคนเสื้อแดงในแง่ลบ ในขณะที่ต้องการเอาอกเอาใจรัฐบาล
“ดิฉันไม่เชื่อหรอก พวกเขาต้องการเวลาในการเตรียมงาน (สำหรับการปาฐกถาของอภิสิทธิ์) นานขนาดนั้นจริงๆ รึ? คณะกรรมการสมาคมฯ เปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะมาร์วาน พวกเขาไม่ได้ทำอะไรเพื่อพวกเราเลย ตอนนี้เหมือนกับว่าพวกเขาทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้นเอง”
ที่มาข่าว:
http://www.nationmultimedia.com/2010/01/10/politics/politics_30120021.php
สามรถวิเคราะห์คนเสื้อแดงควรจะหยุดก่อกวนเพื่อจะทำใหเศรษฐกืจไทยดีขิ้นและลดความแตกแยกในสังคมสร้างความเชื่อมั่นใหนักลงทุนชาวต่างชาติ
กิตติยา เกื้อคลัง
Wed, 2010-01-13 17:04
มาร์วาน แมคแคน-มาร์การ์ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศปฏิเสธข่าวที่ว่าถูกบีบจากรัฐบาลไทยให้ยกเลิกการอนุญาตให้กลุ่มคนเสื้อแดงใช้สโมสรของสมาคมฯ เป็นสถานที่จัดงานสัมมนา
“เหลวไหลทั้งเพ...ก่อนหน้านี้ผมก็เคยถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนทักษิณ” มาร์วาน กล่าวปนหัวเราะต่อความเห็นที่ว่า เขาอาจจะถูกมองว่าสนับสนุนรัฐบาลอภิสิทธิ์
การสัมมนาในหัวข้อ “คำทำนายประเทศไทยปี 2553” มีกำหนดการการอภิปรายของบุคคลต่างๆ เช่น จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. และศุภวุฒิ สายเชื้อ
บรรดาชาวเสื้อแดงรู้สึกหงุดหงิดอย่างมากเมื่อมีอีเมลล์จากสมาชิกคนสำคัญในการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลที่ส่งถึงเพื่อนๆ ชาวเสื้อแดงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กล่าวหาว่าสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศยอมตกอยู่ใต้แรงกดดันของรัฐบาล
“ข่าวร้าย! คณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศยกเลิกงานสัมมนาของพวกเรา โดยให้เหตุผลว่าหัวข้อการสัมมนายั่วยุให้ผู้ฟังเกิดอารมณ์โกรธแค้น หลังจากที่ผู้จัดการสมาคมฯ ตกลงในหลักการให้จัดแล้วเมื่อสองอาทิตย์ก่อน...การตัดสินใจของสมาคมฯ ในครั้งนี้ทำเอาผมงงมาก เนื่องจาก(กลุ่มคนเสื้อแดง) เพิ่งจะไปจัดงานสัมมนาที่นั่นเมื่อเดือนที่แล้ว และงานก็เรียบร้อยดี เห็นได้ชัดว่าพวกอำมาตย์บีบให้คณะกรรมการสมาคมฯ ทำกับเราอย่างนี้”
“สมาคมฯ ถูกแรงบีบจากคดีหมิ่นฯ ดังนั้น ก็เลยขาดความกล้าอย่างที่เราได้เห็น และในวันที่ 14 มกราคม นายกฯ อภิสิทธิ์ก็มีกำหนดการมาปาฐกถาที่งานเลี้ยงของสมาคมฯ 2 วันหลังจากที่สมาคมฯ ล้มเลิกงานสัมมนาของคนเสื้อแดง ไร้สติจริงๆ คนที่ตัดสินใจในครั้งนี้ก็คือ มาร์วาน (แมคแคน-มาร์การ์)! จำชื่อนี้ไว้ให้ดีนะครับ!”
มาร์วานกล่าวว่า เหตุผลที่คณะกรรมการสมาคมฯ ปฏิเสธที่จะให้เช่าห้องประชุมก็เนื่องจากกว่าทางสโมสรฯ ต้องการย้ายสิ่งของเครื่องใช้ทั้งหมดออกจากห้องประชุม เพื่อให้มั่นใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างในงานดินเนอร์ทอล์คที่ท่านนายกฯ จะมาปาฐกถา ในวันที่ 14 นี้ จะเป็นไปอย่างราบลื่น
“คณะกรรมการฯ หยุดทำงานตั้งแต่วันคริสต์มาสจนกระทั่งถึงวันที่ 6 มกราคม ซึ่งมีการประชุมเป็นครั้งแรกของปีนี้ ดังนั้น คณะกรรมการฯ จึงตัดสินใจว่า ช่วงเวลาที่คนเสื้อแดงจัดงานสัมมนาไม่สะดวกนัก”
“นอกจากนี้ มันก็เป็นสิทธิของเราที่จะตัดสินใจว่าจะให้ใช้ห้องประชุมหรือไม่” มาร์วานกล่าว
เขากล่าวเสริมอีกว่า ที่ผ่านมา สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศก็เคยเชิญแกนนำคนเสื้อแดงหลายคนไปปาฐกถาในงานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมฯ หลายๆ ครั้ง
ชาวเสื้อแดงคนหนึ่ง ซึ่งขอร้องไม่ให้ออกชื่อของเธอ เนื่องจากเธอเป็นข้าราชการ แสดงความคลางแคลงใจในคำอธิบายของมาร์วาน และตำหนิสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่า มองคนเสื้อแดงในแง่ลบ ในขณะที่ต้องการเอาอกเอาใจรัฐบาล
“ดิฉันไม่เชื่อหรอก พวกเขาต้องการเวลาในการเตรียมงาน (สำหรับการปาฐกถาของอภิสิทธิ์) นานขนาดนั้นจริงๆ รึ? คณะกรรมการสมาคมฯ เปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะมาร์วาน พวกเขาไม่ได้ทำอะไรเพื่อพวกเราเลย ตอนนี้เหมือนกับว่าพวกเขาทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้นเอง”
ที่มาข่าว:
http://www.nationmultimedia.com/2010/01/10/politics/politics_30120021.php
สามรถวิเคราะห์คนเสื้อแดงควรจะหยุดก่อกวนเพื่อจะทำใหเศรษฐกืจไทยดีขิ้นและลดความแตกแยกในสังคมสร้างความเชื่อมั่นใหนักลงทุนชาวต่างชาติ
กิตติยา เกื้อคลัง
รองป่าไม้ชี้ “สุรยุทธ์” ไม่ได้บุกรุกแต่ครอบครองแทน เจ้าตัวยันไม่ออกองคมนตรี อ้ำอึ้งคืนที่เขายายเที่ยง
รองป่าไม้ชี้ “สุรยุทธ์” ไม่ได้บุกรุกแต่ครอบครองแทน เจ้าตัวยันไม่ออกองคมนตรี อ้ำอึ้งคืนที่เขายายเที่ยง
Wed, 2010-01-13 16:30
รองอธิบดีกรมป่าไม้ชี้แจงคณะกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนฯ ระบุ “สุรยุทธ์” ไม่ได้บุกรุกแต่เป็นการครอบครองแทน ส่วน “สุรยุทธ์” ยันไม่ออกองคมนตรี อ้ำอึ้งคืนที่ดินเขายายเที่ยงหรือไม่ ด้านรัฐบาลเตรียมเดินหน้า “โครงการโฉนดชุมชุม” นำร่อง 30 พื้นที่ใน 120 วัน
กรมป่าไม้ยันสุรยุทธ์ไม่บุกรุกที่ดิน
สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น รายงานวันนี้ (13 ม.ค. 53) ว่า นายชลธิศ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมป่าไม้ชี้แจงคณะกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน ถึงกรณี พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ในคดีบุกรุกเขายายเที่ยง จ.นครราชสีมาซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยระบุว่าการครอบครองที่ดินเขายายเที่ยงของพล.อ.สุรยุทธ์ นั้น ไม่ใช่การบุกรุกแต่เป็นการครอบครองแทนซึ่งถือว่าผิดเงื่อนไขตามมติคณะรัฐมนตรี ปี 2518 ที่ระบุว่าบุคคลที่จะได้รับการจัดสรรที่ดินจะต้องเป็นเกษตรกรในพื้นที่ และยังไม่ชอบด้วยระเบียบของกรมป่าไม้ที่ระบุว่า การจะโอนย้ายที่ดินจะต้องโอนให้กับทายาทโดยธรรมเท่านั้น แต่กรณีดังกล่าวเป็นการเริ่มครอบครองของนายเบ้า ชาวบ้านในพื้นที่ และได้มีการซื้อขายเป็นทอดๆ จนมาขายให้กับภรรยาของ พล.อ.สุรยุทธ์
ขณะที่นายประชาได้สงสัยว่าทำไมคดีของ พล.อ.สุรยุทธ์ อัยการถึงรวบรัดพิจารณาคดีสั่งไม่ฟ้อง แต่ขณะที่ชาวบ้านที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกันอัยการจึงสั่งฟ้อง ทำให้อัยการยอมรับว่าพิจารณาคดีโดยไม่เคยลง ไปตรวจสอบที่ดินดังกล่าวเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทางคณะกรรมาธิการจึงตัดสินใจจะขอเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ในฐานะประธานองคมนตรี และสำนักราชเลขาธิการ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดรายงานการทำงานของอัยการ ที่มีความไม่ชอบมาพากล และจะดำเนินคดีกับอธิบดีกรมป่าไม้ และอัยการในฐานะเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
รัฐบาลเดินหน้าโฉนดชุมชม
ที่ทำเนียบรัฐบาล สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจัดการสัมมนา “อบรมร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน” เพื่อให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงผู้เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะการเตรียมการดำเนินงานในพื้นที่นำร่องจำนวนไม่น้อยกว่า 30 พื้นที่ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับตั้งแต่ระเบียบมีผลบังคับใช้ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ข้าราชการการเมือง และข้าราชการปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมระดมความคิดเห็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ โฉนดชุมชนถือเป็นมาตรการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้กับประชาชน ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล โดยร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน ขณะนี้อยู่ในชั้นการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สุรยุทธ์ไม่ออกองคมนตรีปัดตอบคืนที่ดินเขายายเที่ยง
เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.สุรยุทธเปิดแถลงข่าวกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้คืนที่ดินบนเขายายเที่ยงว่า จากการที่โฆษณาสำนักอัยการสูงสุดได้ชี้แจงและได้รับทราบว่าคณะกรรมการกรมป่าไม้จะดำเนินการพิจารณาตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งเรื่องนี้ตอบได้เพียงว่าพร้อมจะปฏิบัติตามกฎหมาย หากกรมป่าไม้ก็พร้อมปฏิบัติตามนั้น
เมื่อถามว่า หากกรมป่าไม้ชี้ขาดให้คืนที่ดิน ยินดีจะคืนหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่าพร้อมปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนจะเป็นอย่างไรไม่ทราบ เพราะคณะกรรมการยังไม่มีการชี้ขาดมา ส่วนที่ผู้สื่อข่าวถามว่า ทราบหรือไม่พื้นที่ที่ครอบครองมีความผิดตามกฎหมายนั้น เรื่องนี้ขอชี้แจงว่า ในแง่ที่เป็นความผิดต่างๆ ไม่ได้ทราบในรายละเอียดมากนัก เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า เป็นเรื่องที่อาจจะมีผู้ที่กล่าวหาแต่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายอยู่แล้วเมื่อถึงขั้นนี้ในเรื่องความผิดตามกฎหมายคงไม่ได้ถือว่าเป็นผู้บุกรุก ซึ่งเป็นไปตามที่โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดได้แถลงไปแล้วอย่างไรก็ตาม ทราบเพียงแต่ผลที่แถลงไปแล้วเท่านั้น
ส่วนกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งองคมนตรีนั้น พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะแสดงสปิริตคืนพื้นที่ก่อนที่กรมป่าไม้จะมีผลชี้ขาดหรือไม่พล.อ.สุรยุทธ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามก่อนที่จะเดินเลี่ยงสื่อมวลชนออกไป
ป่าไม้ยันอีก 7 วันชี้ขาดเขายายเที่ยง
วันเดียวกัน (12 ม.ค. 53) นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงเรื่องผลการชี้ขาดเกี่ยวกับที่ดินเขายายเที่ยงของ พล.อ.สุรยุทธ์ ว่า ขอให้รอผลการดำเนินการของกรมป่าไม้ ซึ่งจะเป็นผู้ชี้ขาดว่าจะให้มีการดำเนินการอย่างไรต่อไป
ขณะทีนายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขณะนี้ กำลังมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขและบรรเทาปัญหาการบุกรุกพื้นที่เขายายเที่ยง เนื่องจากต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของ 2 หน่วยงาน คือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ ซึ่งตามหลักการแล้ว คณะทำงานจะต้องมีอำนาจหน้าที่ในการเรียกดูข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้องและลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบ รวมทั้งนำข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม และแผนที่เข้ามาเปรียบเทียบวัด เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปให้ได้ข้อเท็จจริงในการนำไปสู่การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างครอบคลุม ไม่เฉพาะกรณีที่เป็นปัญหาเท่านั้น แต่ครอบคลุมไปถึงทุกกรณี
นายสมชัย เพียรสถาพร อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวว่า ขณะนี้กรมป่าไม้ยังไม่ได้รับสำนวนคดีจากอัยการ อย่างไรก็ตามเมื่อได้รับหนังสือสำนวนดังกล่าวมาแล้ว คณะทำงานเพื่อแก้ไขและบรรเทาปัญหาการบุกรุกพื้นที่เขายายเที่ยงจะใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ภายใน 7 วัน จากนั้นจะมีความชัดเจนว่า จะดำเนินการอย่างไรให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ส่วนในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกันก็จะดำเนินการต่อไปในภายหลัง
แหล่งข่าวจากกระทรวงทรัพยากรฯ ระบุว่า ประเด็นที่ต้องพิจารณาในพื้นที่เขายายเที่ยงของ พล.อ.สุรยุทธ์ มีข้อสังเกตว่า พื้นที่ที่ครอบครองอยู่เป็นที่ดินแปลงของนายเบ้า สินนอกและบุตรเขยจริงหรือไม่ เพราะที่ดินจัดสรรตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2518 ควรอยู่ในพื้นที่ตีนเขาไม่ใช่อยู่บริเวณที่สูง ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์โซนซี ถือเป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง เป็นป่าต้นน้ำ ห้ามประชาชนครอบครอง นอกจากนั้นตามที่ระบุว่า พล.อ.สุรยุทธ์ครอบครองที่ดินประมาณ 20 ไร่ แต่ในความจริงมีพื้นที่ในครอบครัวประมาณ 30 ไร่ ซึ่งจะถือว่าเป็นการบุกรุกเพิ่มเติมหรือไม่ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ระบุว่าผู้ครอบครองที่ดินป่าสงวนอย่างผิดกฎหมาย ผู้ครอบครองรายสุดท้ายต้องรับผิดชอบตามกฎหมายด้วย
ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น, สำนักข่าวไทย, เว็บไซต์คมชัดลึก
จากข่าวสามรถวิเคราะห์การที่มีการบุกรุกเขตป่าสหวนทำให้รู้สึกว่าการที่เจ้าหน้ามีมาตราฐานหลายมาตราฐานทำให้ประชาชนรู้สึกว่าถ้ามีเงินก็สามารถทำความผิดได้และจากเหตุการนี้ควรยึดที่บุกรุกกลับมาเพื่อประชาชนจะได้รู้ว่ากฎหมายยังคงมีอำนาจอยู่
นางสาวลัดดา ผลดี เลขที่ 24 ห้อง ส.50
Wed, 2010-01-13 16:30
รองอธิบดีกรมป่าไม้ชี้แจงคณะกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนฯ ระบุ “สุรยุทธ์” ไม่ได้บุกรุกแต่เป็นการครอบครองแทน ส่วน “สุรยุทธ์” ยันไม่ออกองคมนตรี อ้ำอึ้งคืนที่ดินเขายายเที่ยงหรือไม่ ด้านรัฐบาลเตรียมเดินหน้า “โครงการโฉนดชุมชุม” นำร่อง 30 พื้นที่ใน 120 วัน
กรมป่าไม้ยันสุรยุทธ์ไม่บุกรุกที่ดิน
สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น รายงานวันนี้ (13 ม.ค. 53) ว่า นายชลธิศ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมป่าไม้ชี้แจงคณะกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน ถึงกรณี พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ในคดีบุกรุกเขายายเที่ยง จ.นครราชสีมาซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยระบุว่าการครอบครองที่ดินเขายายเที่ยงของพล.อ.สุรยุทธ์ นั้น ไม่ใช่การบุกรุกแต่เป็นการครอบครองแทนซึ่งถือว่าผิดเงื่อนไขตามมติคณะรัฐมนตรี ปี 2518 ที่ระบุว่าบุคคลที่จะได้รับการจัดสรรที่ดินจะต้องเป็นเกษตรกรในพื้นที่ และยังไม่ชอบด้วยระเบียบของกรมป่าไม้ที่ระบุว่า การจะโอนย้ายที่ดินจะต้องโอนให้กับทายาทโดยธรรมเท่านั้น แต่กรณีดังกล่าวเป็นการเริ่มครอบครองของนายเบ้า ชาวบ้านในพื้นที่ และได้มีการซื้อขายเป็นทอดๆ จนมาขายให้กับภรรยาของ พล.อ.สุรยุทธ์
ขณะที่นายประชาได้สงสัยว่าทำไมคดีของ พล.อ.สุรยุทธ์ อัยการถึงรวบรัดพิจารณาคดีสั่งไม่ฟ้อง แต่ขณะที่ชาวบ้านที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกันอัยการจึงสั่งฟ้อง ทำให้อัยการยอมรับว่าพิจารณาคดีโดยไม่เคยลง ไปตรวจสอบที่ดินดังกล่าวเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทางคณะกรรมาธิการจึงตัดสินใจจะขอเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ในฐานะประธานองคมนตรี และสำนักราชเลขาธิการ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดรายงานการทำงานของอัยการ ที่มีความไม่ชอบมาพากล และจะดำเนินคดีกับอธิบดีกรมป่าไม้ และอัยการในฐานะเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
รัฐบาลเดินหน้าโฉนดชุมชม
ที่ทำเนียบรัฐบาล สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจัดการสัมมนา “อบรมร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน” เพื่อให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงผู้เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะการเตรียมการดำเนินงานในพื้นที่นำร่องจำนวนไม่น้อยกว่า 30 พื้นที่ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับตั้งแต่ระเบียบมีผลบังคับใช้ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ข้าราชการการเมือง และข้าราชการปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมระดมความคิดเห็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ โฉนดชุมชนถือเป็นมาตรการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้กับประชาชน ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล โดยร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน ขณะนี้อยู่ในชั้นการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สุรยุทธ์ไม่ออกองคมนตรีปัดตอบคืนที่ดินเขายายเที่ยง
เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.สุรยุทธเปิดแถลงข่าวกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้คืนที่ดินบนเขายายเที่ยงว่า จากการที่โฆษณาสำนักอัยการสูงสุดได้ชี้แจงและได้รับทราบว่าคณะกรรมการกรมป่าไม้จะดำเนินการพิจารณาตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งเรื่องนี้ตอบได้เพียงว่าพร้อมจะปฏิบัติตามกฎหมาย หากกรมป่าไม้ก็พร้อมปฏิบัติตามนั้น
เมื่อถามว่า หากกรมป่าไม้ชี้ขาดให้คืนที่ดิน ยินดีจะคืนหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่าพร้อมปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนจะเป็นอย่างไรไม่ทราบ เพราะคณะกรรมการยังไม่มีการชี้ขาดมา ส่วนที่ผู้สื่อข่าวถามว่า ทราบหรือไม่พื้นที่ที่ครอบครองมีความผิดตามกฎหมายนั้น เรื่องนี้ขอชี้แจงว่า ในแง่ที่เป็นความผิดต่างๆ ไม่ได้ทราบในรายละเอียดมากนัก เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า เป็นเรื่องที่อาจจะมีผู้ที่กล่าวหาแต่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายอยู่แล้วเมื่อถึงขั้นนี้ในเรื่องความผิดตามกฎหมายคงไม่ได้ถือว่าเป็นผู้บุกรุก ซึ่งเป็นไปตามที่โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดได้แถลงไปแล้วอย่างไรก็ตาม ทราบเพียงแต่ผลที่แถลงไปแล้วเท่านั้น
ส่วนกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งองคมนตรีนั้น พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะแสดงสปิริตคืนพื้นที่ก่อนที่กรมป่าไม้จะมีผลชี้ขาดหรือไม่พล.อ.สุรยุทธ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามก่อนที่จะเดินเลี่ยงสื่อมวลชนออกไป
ป่าไม้ยันอีก 7 วันชี้ขาดเขายายเที่ยง
วันเดียวกัน (12 ม.ค. 53) นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงเรื่องผลการชี้ขาดเกี่ยวกับที่ดินเขายายเที่ยงของ พล.อ.สุรยุทธ์ ว่า ขอให้รอผลการดำเนินการของกรมป่าไม้ ซึ่งจะเป็นผู้ชี้ขาดว่าจะให้มีการดำเนินการอย่างไรต่อไป
ขณะทีนายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขณะนี้ กำลังมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขและบรรเทาปัญหาการบุกรุกพื้นที่เขายายเที่ยง เนื่องจากต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของ 2 หน่วยงาน คือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ ซึ่งตามหลักการแล้ว คณะทำงานจะต้องมีอำนาจหน้าที่ในการเรียกดูข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้องและลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบ รวมทั้งนำข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม และแผนที่เข้ามาเปรียบเทียบวัด เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปให้ได้ข้อเท็จจริงในการนำไปสู่การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างครอบคลุม ไม่เฉพาะกรณีที่เป็นปัญหาเท่านั้น แต่ครอบคลุมไปถึงทุกกรณี
นายสมชัย เพียรสถาพร อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวว่า ขณะนี้กรมป่าไม้ยังไม่ได้รับสำนวนคดีจากอัยการ อย่างไรก็ตามเมื่อได้รับหนังสือสำนวนดังกล่าวมาแล้ว คณะทำงานเพื่อแก้ไขและบรรเทาปัญหาการบุกรุกพื้นที่เขายายเที่ยงจะใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ภายใน 7 วัน จากนั้นจะมีความชัดเจนว่า จะดำเนินการอย่างไรให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ส่วนในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกันก็จะดำเนินการต่อไปในภายหลัง
แหล่งข่าวจากกระทรวงทรัพยากรฯ ระบุว่า ประเด็นที่ต้องพิจารณาในพื้นที่เขายายเที่ยงของ พล.อ.สุรยุทธ์ มีข้อสังเกตว่า พื้นที่ที่ครอบครองอยู่เป็นที่ดินแปลงของนายเบ้า สินนอกและบุตรเขยจริงหรือไม่ เพราะที่ดินจัดสรรตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2518 ควรอยู่ในพื้นที่ตีนเขาไม่ใช่อยู่บริเวณที่สูง ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์โซนซี ถือเป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง เป็นป่าต้นน้ำ ห้ามประชาชนครอบครอง นอกจากนั้นตามที่ระบุว่า พล.อ.สุรยุทธ์ครอบครองที่ดินประมาณ 20 ไร่ แต่ในความจริงมีพื้นที่ในครอบครัวประมาณ 30 ไร่ ซึ่งจะถือว่าเป็นการบุกรุกเพิ่มเติมหรือไม่ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ระบุว่าผู้ครอบครองที่ดินป่าสงวนอย่างผิดกฎหมาย ผู้ครอบครองรายสุดท้ายต้องรับผิดชอบตามกฎหมายด้วย
ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น, สำนักข่าวไทย, เว็บไซต์คมชัดลึก
จากข่าวสามรถวิเคราะห์การที่มีการบุกรุกเขตป่าสหวนทำให้รู้สึกว่าการที่เจ้าหน้ามีมาตราฐานหลายมาตราฐานทำให้ประชาชนรู้สึกว่าถ้ามีเงินก็สามารถทำความผิดได้และจากเหตุการนี้ควรยึดที่บุกรุกกลับมาเพื่อประชาชนจะได้รู้ว่ากฎหมายยังคงมีอำนาจอยู่
นางสาวลัดดา ผลดี เลขที่ 24 ห้อง ส.50
วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
